วิธีคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ — FIFO vs Weighted Average
บัญชี
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ Trading หรือ Manufacturing คุณคงเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ — ซื้อสินค้าตัวเดียวกัน ในเวลาต่างกัน ราคาต่างกัน แล้วพอลูกค้ามาซื้อ คุณจะคิด "ต้นทุน" ของสินค้าตัวนั้นเท่าไรดี?
ถ้าคิดผิด → กำไรในงบการเงินผิด → ภาษีผิด → ตัดสินใจตั้งราคาขายผิด → ในระยะยาว ธุรกิจเสียหายโดยไม่รู้ตัว
บทความนี้ทีม WACC Service Limited จะอธิบาย วิธีคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 ให้เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณจริง
1. ทำไมต้องคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ?
เหตุผลหลัก 4 ข้อ:
หลักการ Matching: ต้นทุนของสินค้าที่ขายไป (COGS) ต้องตรงกับรายได้ที่เกิดขึ้นในงวดเดียวกัน — ค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าจะเป็นค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อสินค้าถูกขายไปแล้วเท่านั้น
สูตรพื้นฐาน
สินค้าคงเหลือต้นงวด + XXX
+ ซื้อสินค้าระหว่างงวด + XXX
= สินค้าที่มีไว้ขาย = XXX
สินค้าคงเหลือปลายงวด - XXX
= ต้นทุนขาย (COGS) = XXX
ถ้า "สินค้าคงเหลือปลายงวด" คำนวณผิด → COGS ผิด → กำไรผิด — เห็นไหมว่ามันสำคัญ?
2. 3 วิธีที่ TFRS for NPAEs ยอมรับ
ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 (สินค้าคงเหลือ) กิจการสามารถใช้วิธีคำนวณต้นทุนได้ 3 วิธี:
2.1 First-In, First-Out (FIFO) — เข้าก่อน ออกก่อน
หลักคิด: สินค้าที่ซื้อมาก่อน ถูกขายออกไปก่อน → สินค้าที่เหลือในคลังคือสินค้าที่ซื้อมาทีหลัง (ราคาล่าสุด)
เหมาะกับ: สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา (อาหาร, เครื่องสำอาง, ยา), สินค้าที่ตามรุ่น (อิเล็กทรอนิกส์)
2.2 Weighted Average (วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)
หลักคิด: ต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าทั้งหมดในคลัง คำนวณใหม่ทุกครั้งที่ซื้อเข้า (Moving Average) หรือเฉลี่ยรวมตอนสิ้นงวด (Periodic Average)
สูตร:
ราคาต่อหน่วยเฉลี่ย = (มูลค่ายกมา + มูลค่าซื้อใหม่) / (จำนวนยกมา + จำนวนซื้อใหม่)
เหมาะกับ: สินค้าจำนวนมากที่แยกแยะ lot ยาก เช่น น้ำมัน, น้ำตาล, วัสดุก่อสร้าง
2.3 Specific Identification (วิธีระบุเฉพาะ)
หลักคิด: ระบุต้นทุนของสินค้าแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน — ใช้สินค้าชิ้นไหน ก็ใช้ต้นทุนของชิ้นนั้น
เหมาะกับ: สินค้ามูลค่าสูง มีลักษณะเฉพาะแต่ละชิ้น เช่น รถยนต์, จิวเวลรี่, งานศิลปะ, อสังหาริมทรัพย์
ข้อบังคับ: ถ้าเป็นสินค้าที่ "แลกเปลี่ยนกันได้" (ไม่มีลักษณะเฉพาะ) — ห้าม ใช้ Specific Identification ต้องใช้ FIFO หรือ Weighted Average เท่านั้น
3. LIFO ใช้ไม่ได้ในไทย
หากคุณเรียนบัญชีจากตำราต่างประเทศ คุณอาจเจอวิธีที่ 4 — LIFO (Last-In, First-Out) — เข้าหลัง ออกก่อน
แต่ในไทย LIFO ห้ามใช้ ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 (สอดคล้องกับ IAS 2 ในระดับสากล)
ทำไม LIFO ถึงห้าม?
สรุป: ถ้าใครยังใช้ LIFO อยู่ ผู้สอบบัญชีจะออก Qualified Opinion และ DBD/สรรพากรอาจไม่ยอมรับงบการเงิน
4. เปรียบเทียบ FIFO vs Weighted Average
| ประเด็น | FIFO | Weighted Average |
|--------|------|-----------------|
| หลักคิด | สินค้าเก่าออกก่อน | เฉลี่ยทั้งหมด |
| มูลค่า Inventory ปลายงวด | ใกล้เคียงราคาตลาดปัจจุบัน | เฉลี่ย — ต่ำกว่า FIFO ในช่วงเงินเฟ้อ |
| COGS | ต่ำกว่าในช่วงเงินเฟ้อ → กำไรสูง | เฉลี่ย → กำไรปานกลาง |
| กำไรในงบ (ช่วงเงินเฟ้อ) | สูงสุด | ปานกลาง |
| ภาษีที่ต้องจ่าย (ช่วงเงินเฟ้อ) | สูงสุด | ปานกลาง |
| ความซับซ้อน | ปานกลาง — ต้องติดตาม lot | ง่าย — แค่หาค่าเฉลี่ย |
| ความเหมาะสม | สินค้าที่มีอายุ, สินค้ารุ่นใหม่ | สินค้ามีจำนวนมาก, สินค้าวัสดุ |
| TFRS for NPAEs | ✓ อนุญาต | ✓ อนุญาต |
ข้อดีและข้อเสียของ FIFO
ข้อดี:
ข้อเสีย:
ข้อดีและข้อเสียของ Weighted Average
ข้อดี:
ข้อเสีย:
5. ผลกระทบต่อกำไร — ช่วงราคาขึ้นและลง
ในช่วงราคาขึ้น (Inflation)
| รายการ | FIFO | Weighted Average |
|--------|------|-----------------|
| ต้นทุนขาย (COGS) | ต่ำ (ใช้ราคาเก่า) | ปานกลาง |
| กำไรขั้นต้น | สูงสุด | ปานกลาง |
| มูลค่า Inventory ปลายงวด | สูง (ใช้ราคาใหม่) | ปานกลาง |
| ภาษี CIT | สูงสุด | ปานกลาง |
ในช่วงราคาลง (Deflation)
| รายการ | FIFO | Weighted Average |
|--------|------|-----------------|
| ต้นทุนขาย (COGS) | สูง (ใช้ราคาเก่า) | ปานกลาง |
| กำไรขั้นต้น | ต่ำ | ปานกลาง |
| มูลค่า Inventory ปลายงวด | ต่ำ | ปานกลาง |
| ภาษี CIT | ต่ำ | ปานกลาง |
ข้อสรุป: ในช่วงเงินเฟ้อ FIFO จะแสดงกำไรสูงกว่า Weighted Average → ตัวเลข "สวย" สำหรับขอสินเชื่อ แต่ "ภาษีแพงกว่า" — ผู้ประกอบการต้องชั่งน้ำหนักเอง
6. ตัวอย่างคำนวณ — ซื้อสินค้า 3 Lots ราคาต่างกัน
สถานการณ์: ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง "บ้านดี" ในเดือนมีนาคม 2569
สินค้า: ปูนซีเมนต์ ตันละ X บาท
รายการในเดือน:
| วันที่ | รายการ | จำนวน (ตัน) | ราคาต่อตัน | มูลค่า |
|------|------|------------|----------|------|
| 01-03-2569 | ยอดยกมา | 100 | 2,500.00 | 250,000.00 |
| 05-03-2569 | ซื้อ Lot 1 | 200 | 2,600.00 | 520,000.00 |
| 12-03-2569 | ขาย | (150) | — | — |
| 18-03-2569 | ซื้อ Lot 2 | 300 | 2,700.00 | 810,000.00 |
| 25-03-2569 | ขาย | (350) | — | — |
| 31-03-2569 | คงเหลือ | 100 | ? | ? |
สรุป: ขายไปทั้งหมด 500 ตัน, เหลือ 100 ตัน
วิธีที่ 1: FIFO (Periodic)
สมมติ: สินค้าที่เข้าก่อน ขายไปก่อน
ขายทั้งหมด 500 ตัน — ใช้สินค้าตามลำดับ:
ต้นทุนขาย (COGS) = 250,000 + 520,000 + 540,000 = ฿1,310,000.00
สินค้าคงเหลือปลายงวด = 100 ตันที่เหลือจาก Lot 2 @ ฿2,700.00 = ฿270,000.00
ตรวจสอบ:
วิธีที่ 2: Weighted Average (Periodic)
สูตร:
ราคาเฉลี่ย = มูลค่ารวม / จำนวนรวม
= (250,000 + 520,000 + 810,000) / (100 + 200 + 300)
= 1,580,000 / 600
= ฿2,633.33 ต่อตัน
ต้นทุนขาย (COGS) = 500 × 2,633.33 = ฿1,316,666.67
สินค้าคงเหลือปลายงวด = 100 × 2,633.33 = ฿263,333.33
ตรวจสอบ: 1,316,666.67 + 263,333.33 = ฿1,580,000.00 ✓
เปรียบเทียบผลลัพธ์
| รายการ | FIFO | Weighted Average | ผลต่าง |
|--------|------|-----------------|------|
| COGS | 1,310,000.00 | 1,316,666.67 | +6,666.67 (WA สูงกว่า) |
| Ending Inventory | 270,000.00 | 263,333.33 | -6,666.67 (WA ต่ำกว่า) |
| กำไรขั้นต้น (สมมติยอดขาย ฿1,750,000.00) | 440,000.00 | 433,333.33 | -6,666.67 |
ข้อสังเกต: ในช่วงราคาขึ้น (2,500 → 2,700) FIFO ให้กำไรสูงกว่า Weighted Average ฿6,666.67 — ในตัวอย่างนี้ผลต่างไม่มาก แต่ในธุรกิจที่มีปริมาณเยอะหรือราคาแกว่งแรง ผลต่างจะมีนัยสำคัญต่อกำไรและภาษี
Weighted Average แบบ Moving (Perpetual)
หากใช้ระบบ POS/ERP ที่คำนวณ moving average ทุกครั้งที่มีรายการ จะคำนวณเป็น:
| วันที่ | รายการ | จำนวน | มูลค่า | ราคาเฉลี่ย ณ วันนั้น |
|------|------|------|------|------------------|
| 01-03 | ยอดยกมา | 100 | 250,000.00 | 2,500.00 |
| 05-03 | ซื้อ Lot 1 | +200 | +520,000.00 | (250,000+520,000)/300 = 2,566.67 |
| 12-03 | ขาย 150 | -150 | -385,000.50 | 2,566.67 |
| | คงเหลือ | 150 | 384,999.50 | 2,566.67 |
| 18-03 | ซื้อ Lot 2 | +300 | +810,000.00 | (384,999.50+810,000)/450 = 2,655.55 |
| 25-03 | ขาย 350 | -350 | -929,442.50 | 2,655.55 |
| 31-03 | คงเหลือ | 100 | 265,557.00 | 2,655.55 |
หมายเหตุ: Moving Average จะให้ผลต่างจาก Periodic Average เล็กน้อย (จาก rounding) ทั้ง 2 วิธียอมรับได้ตาม TFRS for NPAEs แต่ต้องใช้ต่อเนื่อง
7. การเปลี่ยน Method
หากบริษัทต้องการ เปลี่ยนวิธีคำนวณต้นทุน (เช่น จาก Weighted Average เป็น FIFO) ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 4 (การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี) ต้อง:
คำแนะนำของ WACC: เลือกวิธีให้รอบคอบตั้งแต่แรก เพราะการเปลี่ยนกลางทางสร้างภาระงานเยอะและอาจเป็นเป้าตรวจสอบของสรรพากร
8. Stock Count และ Physical vs Book Variance
ไม่ว่าคุณจะใช้วิธี FIFO หรือ Weighted Average ก็ตาม คุณต้อง นับสินค้าจริง (Physical Stock Count) อย่างน้อย ปีละครั้ง ณ วันสิ้นรอบบัญชี
ทำไมต้องนับ?
- การโจรกรรม / สูญหาย
- สินค้าเสียหาย / หมดอายุ
- ความผิดพลาดในการบันทึกซื้อ-ขาย
- การให้ของแถมที่ไม่ได้บันทึก
- การใช้ภายในบริษัท (sample, test) ที่ไม่ได้ตัดสต็อก
กระบวนการนับ Stock
บันทึกผลต่าง
กรณี Physical < Book (สินค้าจริง น้อยกว่า ในระบบ):
Dr. ต้นทุนขาย — สินค้าขาดจากการตรวจนับ XXX
Cr. สินค้าคงเหลือ XXX
กรณี Physical > Book (สินค้าจริง มากกว่า ในระบบ):
Dr. สินค้าคงเหลือ XXX
Cr. ต้นทุนขาย — สินค้าเกินจากการตรวจนับ XXX
เกณฑ์ที่ยอมรับได้: ผลต่างไม่ควรเกิน 1-2% ของยอด Inventory — ถ้าเกิน 5% ผู้สอบบัญชีจะถามเหตุผลและอาจขอเอกสารเพิ่ม
Lower of Cost or NRV
ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 — สินค้าคงเหลือต้องบันทึกที่ "ราคาทุน" หรือ "มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value)" อันไหนต่ำกว่า
สรุปสั้นๆ ก่อนจากกัน
เลือกวิธีที่ "เหมาะกับธุรกิจของคุณ" ไม่ใช่ "ที่ลดภาษีได้มากที่สุด" — เพราะถ้าวิธีไม่สะท้อนการดำเนินงานจริง งบการเงินจะไม่มีประโยชน์ในการบริหาร
เลือกวิธีคิดต้นทุนสินค้าไม่ถูก? ให้ WACC ช่วยวางระบบ
ทีม WACC Service Limited ให้บริการบัญชีออนไลน์ทั่วประเทศไทย — ช่วยลูกค้า Trading และ Manufacturing วางระบบบัญชีต้นทุนสินค้า เลือกวิธี FIFO/Weighted Average ที่เหมาะสม จัดทำ Stock Card รายเดือน ประสานงานนับสต๊อกประจำปี และจัดทำงบการเงินตาม TFRS for NPAEs
บริการที่เกี่ยวข้อง:
ปรึกษาฟรี — ทักมาที่ LINE @waccservice แจ้งประเภทสินค้า จำนวน SKU โดยประมาณ และปริมาณรายการต่อเดือน เราจะเสนอแพ็กเกจที่เหมาะสมให้ ไม่ว่าคุณจะอยู่จังหวัดใด สำนักงานหลักของเราอยู่ที่ภูเก็ต แต่บริการครอบคลุมทั่วประเทศ
บทความนี้เขียนโดยทีม WACC Service Limited อ้างอิงตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 (สินค้าคงเหลือ) และ บทที่ 4 (การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี การประมาณการทางบัญชี และการแก้ไขข้อผิดพลาด) ณ วันที่ 11-04-2569
บทความที่เกี่ยวข้อง
กระทบยอดเงินฝากธนาคาร — ทำไมสำคัญ ทำยังไงให้ถูก?
กระทบยอดธนาคารคืออะไร ทำไมต้องทำทุกเดือน รายการ 5 ประเภทที่มักต่างกัน วิธีทำทีละขั้น พร้อมตัวอย่างงบกระทบยอด — โดยทีม WACC Service
ทะเบียนสินทรัพย์ — สิ่งที่ทุก SME ต้องมี (อายุการใช้งานตาม TFRS + กฎหมายภาษี)
ทะเบียนสินทรัพย์คืออะไร ทำไมต้องมี อายุขั้นต่ำตาม พรฎ.145 รถ 5 ปี คอมพิวเตอร์ 3 ปี อาคาร 20 ปี ข้อแตกต่างบัญชี vs ภาษี และข้อจำกัด รถยนต์นั่ง 1 ล้านบาท (พรฎ.315)
ผังบัญชี (Chart of Accounts) — ควรเลือกยังไงสำหรับธุรกิจคุณ?
ผังบัญชี (COA) คืออะไร โครงสร้างมาตรฐาน 1-5 หลัก ความแตกต่างระหว่างธุรกิจค้าขาย บริการ และผลิต พร้อม tips เลือก COA ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ