Accounting

วิธีคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ — FIFO vs Weighted Average

·9 min read·WACC Team

Accounting

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ Trading หรือ Manufacturing คุณคงเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ — ซื้อสินค้าตัวเดียวกัน ในเวลาต่างกัน ราคาต่างกัน แล้วพอลูกค้ามาซื้อ คุณจะคิด "ต้นทุน" ของสินค้าตัวนั้นเท่าไรดี?

ถ้าคิดผิด → กำไรในงบการเงินผิด → ภาษีผิด → ตัดสินใจตั้งราคาขายผิด → ในระยะยาว ธุรกิจเสียหายโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้ทีม WACC Service Limited จะอธิบาย วิธีคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 ให้เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณจริง

1. ทำไมต้องคำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือ?

เหตุผลหลัก 4 ข้อ:

  • คำนวณกำไรขั้นต้น (Gross Profit) — รายได้ขาย หัก ต้นทุนขาย = กำไรขั้นต้น (ถ้าต้นทุนผิด กำไรก็ผิด)
  • แสดงมูลค่าสินค้าในงบแสดงฐานะการเงิน — สินค้าคงเหลือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่สำคัญ
  • คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล — กำไรสุทธิเปลี่ยน → ภาษีเปลี่ยน
  • ตัดสินใจตั้งราคาขาย — ถ้าไม่รู้ต้นทุนจริง จะตั้งราคาขายผิด ขายขาดทุนได้
  • หลักการ Matching: ต้นทุนของสินค้าที่ขายไป (COGS) ต้องตรงกับรายได้ที่เกิดขึ้นในงวดเดียวกัน — ค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าจะเป็นค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อสินค้าถูกขายไปแล้วเท่านั้น

    สูตรพื้นฐาน

    สินค้าคงเหลือต้นงวด    +  XXX
    

    + ซื้อสินค้าระหว่างงวด + XXX

    = สินค้าที่มีไว้ขาย = XXX

  • สินค้าคงเหลือปลายงวด - XXX
  • = ต้นทุนขาย (COGS) = XXX

    ถ้า "สินค้าคงเหลือปลายงวด" คำนวณผิด → COGS ผิด → กำไรผิด — เห็นไหมว่ามันสำคัญ?

    2. 3 วิธีที่ TFRS for NPAEs ยอมรับ

    ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 (สินค้าคงเหลือ) กิจการสามารถใช้วิธีคำนวณต้นทุนได้ 3 วิธี:

    2.1 First-In, First-Out (FIFO) — เข้าก่อน ออกก่อน

    หลักคิด: สินค้าที่ซื้อมาก่อน ถูกขายออกไปก่อน → สินค้าที่เหลือในคลังคือสินค้าที่ซื้อมาทีหลัง (ราคาล่าสุด)

    เหมาะกับ: สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา (อาหาร, เครื่องสำอาง, ยา), สินค้าที่ตามรุ่น (อิเล็กทรอนิกส์)

    2.2 Weighted Average (วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)

    หลักคิด: ต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าทั้งหมดในคลัง คำนวณใหม่ทุกครั้งที่ซื้อเข้า (Moving Average) หรือเฉลี่ยรวมตอนสิ้นงวด (Periodic Average)

    สูตร:

    ราคาต่อหน่วยเฉลี่ย = (มูลค่ายกมา + มูลค่าซื้อใหม่) / (จำนวนยกมา + จำนวนซื้อใหม่)
    

    เหมาะกับ: สินค้าจำนวนมากที่แยกแยะ lot ยาก เช่น น้ำมัน, น้ำตาล, วัสดุก่อสร้าง

    2.3 Specific Identification (วิธีระบุเฉพาะ)

    หลักคิด: ระบุต้นทุนของสินค้าแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน — ใช้สินค้าชิ้นไหน ก็ใช้ต้นทุนของชิ้นนั้น

    เหมาะกับ: สินค้ามูลค่าสูง มีลักษณะเฉพาะแต่ละชิ้น เช่น รถยนต์, จิวเวลรี่, งานศิลปะ, อสังหาริมทรัพย์

    ข้อบังคับ: ถ้าเป็นสินค้าที่ "แลกเปลี่ยนกันได้" (ไม่มีลักษณะเฉพาะ) — ห้าม ใช้ Specific Identification ต้องใช้ FIFO หรือ Weighted Average เท่านั้น

    3. LIFO ใช้ไม่ได้ในไทย

    หากคุณเรียนบัญชีจากตำราต่างประเทศ คุณอาจเจอวิธีที่ 4 — LIFO (Last-In, First-Out) — เข้าหลัง ออกก่อน

    แต่ในไทย LIFO ห้ามใช้ ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 (สอดคล้องกับ IAS 2 ในระดับสากล)

    ทำไม LIFO ถึงห้าม?

  • ไม่สะท้อนความเป็นจริง — โดยมาก ธุรกิจจะขายสินค้าเก่าก่อน ไม่ใช่สินค้าใหม่
  • บิดเบือนกำไร — ในช่วงเงินเฟ้อ LIFO ทำให้กำไรในงบการเงินต่ำ → ภาษีต่ำ → ใช้เป็นเครื่องมือลดภาษี
  • มูลค่า Inventory ไม่ทันสมัย — ตัวเลข Inventory ในงบจะเก่ามาก ไม่สะท้อนต้นทุนปัจจุบัน
  • IFRS ก็ห้าม — ทั่วโลกยกเว้น US GAAP ห้ามใช้ LIFO
  • สรุป: ถ้าใครยังใช้ LIFO อยู่ ผู้สอบบัญชีจะออก Qualified Opinion และ DBD/สรรพากรอาจไม่ยอมรับงบการเงิน

    4. เปรียบเทียบ FIFO vs Weighted Average

    | ประเด็น | FIFO | Weighted Average |

    |--------|------|-----------------|

    | หลักคิด | สินค้าเก่าออกก่อน | เฉลี่ยทั้งหมด |

    | มูลค่า Inventory ปลายงวด | ใกล้เคียงราคาตลาดปัจจุบัน | เฉลี่ย — ต่ำกว่า FIFO ในช่วงเงินเฟ้อ |

    | COGS | ต่ำกว่าในช่วงเงินเฟ้อ → กำไรสูง | เฉลี่ย → กำไรปานกลาง |

    | กำไรในงบ (ช่วงเงินเฟ้อ) | สูงสุด | ปานกลาง |

    | ภาษีที่ต้องจ่าย (ช่วงเงินเฟ้อ) | สูงสุด | ปานกลาง |

    | ความซับซ้อน | ปานกลาง — ต้องติดตาม lot | ง่าย — แค่หาค่าเฉลี่ย |

    | ความเหมาะสม | สินค้าที่มีอายุ, สินค้ารุ่นใหม่ | สินค้ามีจำนวนมาก, สินค้าวัสดุ |

    | TFRS for NPAEs | ✓ อนุญาต | ✓ อนุญาต |

    ข้อดีและข้อเสียของ FIFO

    ข้อดี:

  • มูลค่า Inventory ในงบสะท้อนราคาตลาดปัจจุบัน
  • ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวสินค้าจริง (โดยเฉพาะอาหาร)
  • ผู้ใช้งบเข้าใจง่าย
  • เหมาะกับสินค้าที่มี Expiration Date
  • ข้อเสีย:

  • ในช่วงเงินเฟ้อ → กำไรสูง → ภาษีสูง
  • ต้องติดตาม lot/batch ทำให้ระบบบัญชีซับซ้อน
  • ในธุรกิจที่ราคาแกว่งมาก กำไรอาจดู "ปลอม" (Phantom Profit)
  • ข้อดีและข้อเสียของ Weighted Average

    ข้อดี:

  • คำนวณง่าย ไม่ต้องติดตาม lot
  • กำไรเสถียร ไม่แกว่งตามราคาตลาด
  • เหมาะกับสินค้าจำนวนมากที่แยกไม่ออก
  • ระบบ POS/ERP ส่วนใหญ่รองรับ
  • ข้อเสีย:

  • มูลค่า Inventory ไม่สะท้อนราคาตลาดล่าสุด
  • ในช่วงราคาขึ้นเร็ว → ต้นทุนขายต่ำกว่าจริง → กำไรสูงกว่าควรจะเป็น
  • 5. ผลกระทบต่อกำไร — ช่วงราคาขึ้นและลง

    ในช่วงราคาขึ้น (Inflation)

    | รายการ | FIFO | Weighted Average |

    |--------|------|-----------------|

    | ต้นทุนขาย (COGS) | ต่ำ (ใช้ราคาเก่า) | ปานกลาง |

    | กำไรขั้นต้น | สูงสุด | ปานกลาง |

    | มูลค่า Inventory ปลายงวด | สูง (ใช้ราคาใหม่) | ปานกลาง |

    | ภาษี CIT | สูงสุด | ปานกลาง |

    ในช่วงราคาลง (Deflation)

    | รายการ | FIFO | Weighted Average |

    |--------|------|-----------------|

    | ต้นทุนขาย (COGS) | สูง (ใช้ราคาเก่า) | ปานกลาง |

    | กำไรขั้นต้น | ต่ำ | ปานกลาง |

    | มูลค่า Inventory ปลายงวด | ต่ำ | ปานกลาง |

    | ภาษี CIT | ต่ำ | ปานกลาง |

    ข้อสรุป: ในช่วงเงินเฟ้อ FIFO จะแสดงกำไรสูงกว่า Weighted Average → ตัวเลข "สวย" สำหรับขอสินเชื่อ แต่ "ภาษีแพงกว่า" — ผู้ประกอบการต้องชั่งน้ำหนักเอง

    6. ตัวอย่างคำนวณ — ซื้อสินค้า 3 Lots ราคาต่างกัน

    สถานการณ์: ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง "บ้านดี" ในเดือนมีนาคม 2569

    สินค้า: ปูนซีเมนต์ ตันละ X บาท

    รายการในเดือน:

    | วันที่ | รายการ | จำนวน (ตัน) | ราคาต่อตัน | มูลค่า |

    |------|------|------------|----------|------|

    | 01-03-2569 | ยอดยกมา | 100 | 2,500.00 | 250,000.00 |

    | 05-03-2569 | ซื้อ Lot 1 | 200 | 2,600.00 | 520,000.00 |

    | 12-03-2569 | ขาย | (150) | — | — |

    | 18-03-2569 | ซื้อ Lot 2 | 300 | 2,700.00 | 810,000.00 |

    | 25-03-2569 | ขาย | (350) | — | — |

    | 31-03-2569 | คงเหลือ | 100 | ? | ? |

    สรุป: ขายไปทั้งหมด 500 ตัน, เหลือ 100 ตัน

    วิธีที่ 1: FIFO (Periodic)

    สมมติ: สินค้าที่เข้าก่อน ขายไปก่อน

    ขายทั้งหมด 500 ตัน — ใช้สินค้าตามลำดับ:

  • ใช้ยอดยกมา 100 ตัน @ ฿2,500.00 = ฿250,000.00
  • ใช้ Lot 1 200 ตัน @ ฿2,600.00 = ฿520,000.00
  • ใช้ Lot 2 200 ตัน @ ฿2,700.00 = ฿540,000.00
  • ต้นทุนขาย (COGS) = 250,000 + 520,000 + 540,000 = ฿1,310,000.00

    สินค้าคงเหลือปลายงวด = 100 ตันที่เหลือจาก Lot 2 @ ฿2,700.00 = ฿270,000.00

    ตรวจสอบ:

  • มูลค่ารวม = 250,000 + 520,000 + 810,000 = ฿1,580,000.00
  • COGS + Ending Inventory = 1,310,000 + 270,000 = ฿1,580,000.00 ✓
  • วิธีที่ 2: Weighted Average (Periodic)

    สูตร:

    ราคาเฉลี่ย = มูลค่ารวม / จำนวนรวม
    

    = (250,000 + 520,000 + 810,000) / (100 + 200 + 300)

    = 1,580,000 / 600

    = ฿2,633.33 ต่อตัน

    ต้นทุนขาย (COGS) = 500 × 2,633.33 = ฿1,316,666.67

    สินค้าคงเหลือปลายงวด = 100 × 2,633.33 = ฿263,333.33

    ตรวจสอบ: 1,316,666.67 + 263,333.33 = ฿1,580,000.00 ✓

    เปรียบเทียบผลลัพธ์

    | รายการ | FIFO | Weighted Average | ผลต่าง |

    |--------|------|-----------------|------|

    | COGS | 1,310,000.00 | 1,316,666.67 | +6,666.67 (WA สูงกว่า) |

    | Ending Inventory | 270,000.00 | 263,333.33 | -6,666.67 (WA ต่ำกว่า) |

    | กำไรขั้นต้น (สมมติยอดขาย ฿1,750,000.00) | 440,000.00 | 433,333.33 | -6,666.67 |

    ข้อสังเกต: ในช่วงราคาขึ้น (2,500 → 2,700) FIFO ให้กำไรสูงกว่า Weighted Average ฿6,666.67 — ในตัวอย่างนี้ผลต่างไม่มาก แต่ในธุรกิจที่มีปริมาณเยอะหรือราคาแกว่งแรง ผลต่างจะมีนัยสำคัญต่อกำไรและภาษี

    Weighted Average แบบ Moving (Perpetual)

    หากใช้ระบบ POS/ERP ที่คำนวณ moving average ทุกครั้งที่มีรายการ จะคำนวณเป็น:

    | วันที่ | รายการ | จำนวน | มูลค่า | ราคาเฉลี่ย ณ วันนั้น |

    |------|------|------|------|------------------|

    | 01-03 | ยอดยกมา | 100 | 250,000.00 | 2,500.00 |

    | 05-03 | ซื้อ Lot 1 | +200 | +520,000.00 | (250,000+520,000)/300 = 2,566.67 |

    | 12-03 | ขาย 150 | -150 | -385,000.50 | 2,566.67 |

    | | คงเหลือ | 150 | 384,999.50 | 2,566.67 |

    | 18-03 | ซื้อ Lot 2 | +300 | +810,000.00 | (384,999.50+810,000)/450 = 2,655.55 |

    | 25-03 | ขาย 350 | -350 | -929,442.50 | 2,655.55 |

    | 31-03 | คงเหลือ | 100 | 265,557.00 | 2,655.55 |

    หมายเหตุ: Moving Average จะให้ผลต่างจาก Periodic Average เล็กน้อย (จาก rounding) ทั้ง 2 วิธียอมรับได้ตาม TFRS for NPAEs แต่ต้องใช้ต่อเนื่อง

    7. การเปลี่ยน Method

    หากบริษัทต้องการ เปลี่ยนวิธีคำนวณต้นทุน (เช่น จาก Weighted Average เป็น FIFO) ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 4 (การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี) ต้อง:

  • มีเหตุผลที่เหมาะสม — เปลี่ยนเพราะวิธีใหม่สะท้อนการดำเนินงานดีกว่า ไม่ใช่เพื่อ "ลดภาษี"
  • ปรับย้อนหลัง (Retrospective Application) — ปรับงบเปรียบเทียบของปีก่อนตามวิธีใหม่
  • เปิดเผยใน หมายเหตุประกอบงบการเงิน — ระบุว่าเปลี่ยนวิธี เหตุผล และผลกระทบเป็นจำนวนเงิน
  • แจ้งสรรพากร — ในบางกรณี โดยเฉพาะถ้าผลต่างมีนัยสำคัญต่อภาษี
  • คำแนะนำของ WACC: เลือกวิธีให้รอบคอบตั้งแต่แรก เพราะการเปลี่ยนกลางทางสร้างภาระงานเยอะและอาจเป็นเป้าตรวจสอบของสรรพากร

    8. Stock Count และ Physical vs Book Variance

    ไม่ว่าคุณจะใช้วิธี FIFO หรือ Weighted Average ก็ตาม คุณต้อง นับสินค้าจริง (Physical Stock Count) อย่างน้อย ปีละครั้ง ณ วันสิ้นรอบบัญชี

    ทำไมต้องนับ?

  • ตัวเลขในระบบ (Book) อาจ ไม่ตรง กับสินค้าจริง (Physical) เพราะ:
  • - การโจรกรรม / สูญหาย

    - สินค้าเสียหาย / หมดอายุ

    - ความผิดพลาดในการบันทึกซื้อ-ขาย

    - การให้ของแถมที่ไม่ได้บันทึก

    - การใช้ภายในบริษัท (sample, test) ที่ไม่ได้ตัดสต็อก

    กระบวนการนับ Stock

  • เตรียม cut-off — หยุดรับ-จ่ายสินค้าชั่วคราวก่อนนับ (มัก ทำในวันหยุด)
  • พิมพ์ Stock List จากระบบ (ห้ามให้ผู้นับเห็นยอดในระบบ — เพื่อความเป็นกลาง)
  • แบ่งทีมนับเป็นคู่ — คนนับ + คนบันทึก
  • นับครั้งที่ 2 สำหรับสินค้าที่มูลค่าสูงหรือผลต่างมาก (Recount)
  • เปรียบเทียบ Physical vs Book — บันทึกผลต่าง
  • หาสาเหตุของผลต่าง — บางรายการอาจเป็น cut-off issue ที่แก้ได้
  • ทำ Adjustment Journal สำหรับผลต่างที่หาสาเหตุไม่ได้
  • บันทึกผลต่าง

    กรณี Physical < Book (สินค้าจริง น้อยกว่า ในระบบ):

    Dr. ต้นทุนขาย — สินค้าขาดจากการตรวจนับ      XXX
    

    Cr. สินค้าคงเหลือ XXX

    กรณี Physical > Book (สินค้าจริง มากกว่า ในระบบ):

    Dr. สินค้าคงเหลือ                              XXX
    

    Cr. ต้นทุนขาย — สินค้าเกินจากการตรวจนับ XXX

    เกณฑ์ที่ยอมรับได้: ผลต่างไม่ควรเกิน 1-2% ของยอด Inventory — ถ้าเกิน 5% ผู้สอบบัญชีจะถามเหตุผลและอาจขอเอกสารเพิ่ม

    Lower of Cost or NRV

    ตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 — สินค้าคงเหลือต้องบันทึกที่ "ราคาทุน" หรือ "มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value)" อันไหนต่ำกว่า

  • ถ้าสินค้าเสื่อมสภาพ/ตกเทรนด์/หมดอายุ → NRV ต่ำกว่า cost → ต้องตั้ง "ค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ" (Allowance for Obsolete Inventory)
  • สรุปสั้นๆ ก่อนจากกัน

  • TFRS for NPAEs ยอมรับ 3 วิธี: FIFO, Weighted Average, Specific Identification
  • LIFO ห้ามใช้ ในไทย (และ IFRS ทั่วโลก)
  • FIFO: เหมาะกับสินค้ามีอายุ → กำไรสูงในช่วงเงินเฟ้อ → ภาษีสูง
  • Weighted Average: เหมาะกับสินค้าจำนวนมาก → กำไรเสถียร → คำนวณง่าย
  • Specific Identification: เฉพาะสินค้ามูลค่าสูง/ลักษณะเฉพาะ
  • ในตัวอย่างปูนซีเมนต์ FIFO ให้ COGS ฿1,310,000.00 vs WA ฿1,316,666.67
  • เลือกวิธีแล้ว ใช้ต่อเนื่อง — เปลี่ยนต้องมีเหตุผล + ปรับย้อนหลัง + เปิดเผยในหมายเหตุ
  • ต้องนับ Stock จริง ปีละครั้งเป็นอย่างน้อย และบันทึกผลต่าง
  • Lower of Cost or NRV — สินค้าเสื่อมต้องตั้งค่าเผื่อ
  • เลือกวิธีที่ "เหมาะกับธุรกิจของคุณ" ไม่ใช่ "ที่ลดภาษีได้มากที่สุด" — เพราะถ้าวิธีไม่สะท้อนการดำเนินงานจริง งบการเงินจะไม่มีประโยชน์ในการบริหาร


    เลือกวิธีคิดต้นทุนสินค้าไม่ถูก? ให้ WACC ช่วยวางระบบ

    ทีม WACC Service Limited ให้บริการบัญชีออนไลน์ทั่วประเทศไทย — ช่วยลูกค้า Trading และ Manufacturing วางระบบบัญชีต้นทุนสินค้า เลือกวิธี FIFO/Weighted Average ที่เหมาะสม จัดทำ Stock Card รายเดือน ประสานงานนับสต๊อกประจำปี และจัดทำงบการเงินตาม TFRS for NPAEs

    บริการที่เกี่ยวข้อง:

  • วางระบบบัญชีสินค้าคงเหลือ FIFO / Weighted Average / Specific ID
  • Stock Reconciliation รายเดือน
  • ที่ปรึกษานับสต๊อกประจำปีและจัดทำเอกสารให้ผู้สอบบัญชี
  • ปรับปรุงการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ
  • จัดทำงบการเงินและยื่นภาษี
  • ปรึกษาฟรี — ทักมาที่ LINE @waccservice แจ้งประเภทสินค้า จำนวน SKU โดยประมาณ และปริมาณรายการต่อเดือน เราจะเสนอแพ็กเกจที่เหมาะสมให้ ไม่ว่าคุณจะอยู่จังหวัดใด สำนักงานหลักของเราอยู่ที่ภูเก็ต แต่บริการครอบคลุมทั่วประเทศ

    บทความนี้เขียนโดยทีม WACC Service Limited อ้างอิงตาม TFRS for NPAEs บทที่ 8 (สินค้าคงเหลือ) และ บทที่ 4 (การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี การประมาณการทางบัญชี และการแก้ไขข้อผิดพลาด) ณ วันที่ 11-04-2569

    Have questions? Chat with our accounting team on LINE

    Free consultation, no obligation.

    Chat on LINE

    Related Articles

    Accounting
    Accounting

    กระทบยอดเงินฝากธนาคาร — ทำไมสำคัญ ทำยังไงให้ถูก?

    กระทบยอดธนาคารคืออะไร ทำไมต้องทำทุกเดือน รายการ 5 ประเภทที่มักต่างกัน วิธีทำทีละขั้น พร้อมตัวอย่างงบกระทบยอด — โดยทีม WACC Service

    13 เม.ย. 25697 min read
    Read More
    Accounting
    Accounting

    ทะเบียนสินทรัพย์ — สิ่งที่ทุก SME ต้องมี (อายุการใช้งานตาม TFRS + กฎหมายภาษี)

    ทะเบียนสินทรัพย์คืออะไร ทำไมต้องมี อายุขั้นต่ำตาม พรฎ.145 รถ 5 ปี คอมพิวเตอร์ 3 ปี อาคาร 20 ปี ข้อแตกต่างบัญชี vs ภาษี และข้อจำกัด รถยนต์นั่ง 1 ล้านบาท (พรฎ.315)

    13 เม.ย. 25697 min read
    Read More
    Accounting
    Accounting

    ผังบัญชี (Chart of Accounts) — ควรเลือกยังไงสำหรับธุรกิจคุณ?

    ผังบัญชี (COA) คืออะไร โครงสร้างมาตรฐาน 1-5 หลัก ความแตกต่างระหว่างธุรกิจค้าขาย บริการ และผลิต พร้อม tips เลือก COA ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ

    13 เม.ย. 25696 min read
    Read More